5 รุ่นรถราคาถูกในกลุ่ม Eco Car มีรุ่นไหนบ้างที่น่าสนใจ

5 รุ่นรถราคาถูกในกลุ่ม Eco Car มีรุ่นไหนบ้างที่น่าสนใจ

          เป็นที่ทราบกันดีว่ารถยนต์ในกลุ่ม Eco Car นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของความประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยมและความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการปล่อยค่าไอเสียที่น้อยมาก โดยรถในกลุ่มนี้ก็จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาดเล็กพร้อมด้วยดีไซน์ตัวรถที่มีความกระทัดรัดคล่องตัว ซึ่งก็เหมาะสำหรับการใช้งานได้ดีตามเมืองใหญ่ในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญคือนอกจากจะมีราคารถใหม่ป้ายแดงที่ไม่ค่อยแพงแล้วต้องบอกว่าเป็นรถมือสองราคาถูกที่เรียกได้ว่าถูกมากจนสามารถซื้อด้วยเงินสดทีเดียวไปเลยก็ได้ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีรถมือสองราคาถูกในกลุ่ม Eco Car ที่น่าสนใจมาฝากกันถึง 7 รุ่นเลยทีเดียว จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจน่าซื้อใช้กันบ้างตามมาดูกันได้เลย 

 

 

  1. Nissan Almera

          รถเก๋ง 4 ประตูขนาดเล็กจากค่าย Nissan ที่มาพร้อมความโดดเด่นทางด้านรูปลักษณ์สวยงามทันสมัยและความประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม สำหรับรุ่นที่ได้ทำการเปิดตัวในประเทศไทยก็อยู่ใน Generation ที่ 3  ซึ่งแฟนส่วนหนึ่งของโครงการ Eco Car โดยเปิดตัวมาในช่วงเดือนตุลาคมปี 2011 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร แบบเดียวกับที่ใช้ใน Nissan March อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร โดยมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT จากนั้นก็ได้มีการเปิดตัว Nissan Almera ใน Generation ที่ 4 ในเดือนพฤศจิกายนปี 2019 แบ่งออกเป็น 5 รุ่นย่อย ได้แก่ S Turbo, E Turbo, EL Turbo, V Turbo และ VL Turbo  ใช้เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ และได้มีการเปิดตัว Almera Sportech ในเดือนมิถุนายน 2021 โดยมีจำหน่ายในรุ่น V Turbo และ VL Turbo เรียกได้ว่าเป็นรถเก๋งในกลุ่ม Eco Car ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกสวยงามทันสมัย ภายในกว้างขวางนั่งสบาย สามารถขับขี่ได้อย่างคล่องตัวในเมืองใหญ่พร้อมความประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม โดยในรุ่นใหม่ ๆ ก็จะมาพร้อมกับอุปกรณ์และฟังก์ชันอันทันสมัยเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารกันอีกด้วย เรียกว่าเป็นรถมือสองราคาถูกที่ได้รับความสนใจในตลาดรถยนต์มือสองกันค่อนข้างมากเพราะมีราคาที่ไม่แพง ใช้งานในปัจจุบันได้ดี อะไหล่หาไม่ยาก และมีศูนย์บริการค่อนข้างเยอะ จึงทำให้สามารถซ่อมบำรุงได้ไม่ยากนัก 

 

  1. Toyota Yaris/Yaris ATIV

           รถยนต์รุ่นยอดนิยมจากค่าย Toyota ที่จำหน่ายมาตั้งแต่ปี 1999 กันเลยทีเดียว รถเป็นรุ่นที่เข้ามาแทน Toyota Starlet และ Toyota tercel มาพร้อมโครงสร้างตัวถังขนาดเล็ก ซึ่งในช่วงแรกที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยก็จะเป็นในช่วงปี 2013 โดยเป็นรุ่นตัวถังแบบแฮทช์แบ็ค 5 ประตู ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของความประหยัดน้ำมันและตัวรถที่มีความเล็กกะทัดรัดขับง่ายให้ความคล่องตัวในเมืองใหญ่ได้ดี และกลายเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่เปิดตัว มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ซึ่งก็ทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Eco Car ในประเทศไทย มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร โดยมีรุ่นให้เลือกก็คือ Entry, Sport และ Sport Premium และสำหรับรุ่น 4 ประตู Yaris ATIV ก็ได้เปิดตัวมาในช่วงปี 2017 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตรด้วยเช่นกัน เพราะจุดเด่นในเรื่องของห้องโดยสารภายในที่มีความกว้างขวางนั่งสบายและมีพื้นที่เก็บสัมภาระให้เยอะพอสมควร ติดตั้งฟังก์ชั่นการใช้งานอันทันสมัยเหมาะสำหรับวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงยังมีดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกที่มีความปราดเปรียวทันสมัย และแน่นอนว่ารถยนต์จากค่ายโตโยต้านั้นมีศูนย์บริการอยู่ทั่วประเทศ ซ่อมบำรุงง่าย และสามารถหาอะไหล่ได้ไม่ยาก 

 

  1. Honda Brio

          เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการ Eco Car ของรัฐบาลไทยซึ่งเปิดตัวรุ่นที่ 1 ไปในปี 2009  มาพร้อมกับรูปลักษณ์ตัวถังภายนอกที่โดดเด่นในเรื่องเส้นสายที่มีความโฉบเฉี่ยวดูสปอร์ตสะดุดตา ขนาดเล็กกระทัดรัดมีความคล่องตัวจึงเหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองใหญ่ได้เป็นอย่างดี ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยวอีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายในออกแบบให้มีความกว้างขวางสำหรับผู้โดยสารและผู้ขับขี่ รวมไปถึงยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระที่ด้านท้ายและยังสามารถพับปรับเบาะหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระได้อีกด้วย พร้อมติดตั้งฟังก์ชั่นการใช้งานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันรวมไปถึงระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องยนต์เบนซิน SOHC i-VTEC ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีด PGM-FI มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ CVT สำหรับรุ่นที่อยู่ใน Generation ที่ 2 ก็เปิดตัวมา เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2018  มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร i-VTEC พร้อมติดตั้งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่ได้ดีกว่า ซึ่งต้องบอกว่ารุ่นนี้ทำยอดขายได้ไม่ค่อยดีนักเนื่องจากมีคู่แข่งค่อนข้างเยอะ แต่ต้องบอกว่าราคาที่อยู่ในตลาดรถมือสองนั้นจัดได้ว่าเป็นรถมือสองราคาถูกที่เหมาะสำหรับการซื้อมาใช้สำหรับเดินทางไปไหนมาไหนในเมืองได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

  1. Mitsubishi Attrage

          รถ Eco Car จากค่าย Mitsubishi ที่ทำตลาดต่อจาก Mitsubishi Mirage ซึ่งเป็นรถในกลุ่ม Eco Car เช่นเดียวกัน แต่ในรุ่นนี้จะมาพร้อมกับตัวถังเป็นรถเก๋งซีดาน 4 ประตู โดยเปิดตัวมาครั้งแรกเมื่อปี 2013 มาพร้อมกับดีไซน์ภายนอกดูสปอร์ตปราดเปรียวทันสมัยน่าใช้งาน ออกแบบตัวถังรถตามหลักอากาศพลศาสตร์ด้วยโครงสร้างเหล็กแบบใหม่ที่มีน้ำหนักเบาแต่ว่าแข็งแกร่งมากกว่าเหล็กทั่วไป ติดตั้งระบบความปลอดภัยรวมไปถึงระบบช่วยหยุดรถที่ได้มาตรฐาน พื้นที่ภายในออกแบบให้กว้างขวางสะดวกสบายพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว ที่สามารถรองรับได้ทั้งน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และ E20  โดยมีรุ่นให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ CVT นอกจากนี้ก็ยังมีรุ่นปรับโฉมที่เปิดตัวออกมาเรื่อย ๆ โดยในรุ่นใหม่ ๆ ก็จะมาพร้อมดีไซน์หรูหราทันสมัยมากกว่าเดิม พร้อมติดตั้งระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับจอแสดงผล และมีเทคโนโลยีอันทันสมัยมากขึ้นทั้งในแง่ของความสะดวกสบายในการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ความบันเทิง เพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่ได้ลงตัวมากยิ่งขึ้น โดยมีให้เลือกด้วยกัน 4 รุ่นย่อยได้แก่ GLX เกียร์ธรรมดา, GLX เกียร์ CVT, GLS และรุ่นท็อป GLS-LTD 

 

  1. Suzuki Swift

          รถ Eco Car ตัวจี๊ดรุ่นยอดฮิตจากค่าย Suzuki ที่บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งรถมือสองราคาถูกที่หลายคนให้ความสนใจและซื้อหามาใช้งานกันอีกหนึ่งรุ่น โดยเป็นรถในกลุ่ม Subcompact Car ตัวถัง 5 ประตูขนาดเล็กกะทัดรัด เริ่มผลิตครั้งแรกในปี 2000 แต่รุ่นที่เริ่มเข้ามาเป็นที่รู้จักในบ้านเราก็จะเป็นรุ่นที่ผลิตใน Generation ที่ 3 ซึ่งอยู่ในปี 2012 โดยเป็นรถที่อยู่ในโครงการ Eco Car ของประเทศไทย  โดยในรุ่นแรกก็จะเป็นรุ่นที่อยู่ในช่วงปี 2000 - 2004 มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.3 และ 1.5 ลิตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดและเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ต่อมาในรุ่นที่ 2 ก็จะเป็นรุ่นที่วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2004 - 2010 โดยยังคงมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 1.5 ลิตร พร้อมด้วยเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติเช่นเดิม โดยในรุ่นที่ 3 ซึ่งผลิตในช่วงปี 2010 - 2017 ก็เป็นรุ่นที่ทำการผลิตในโรงงานจังหวัดระยองประเทศไทย โดยได้เริ่มทำการผลิตและจำหน่ายในเดือนมีนาคมปี 2012 มีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นก็คือ GA, GL, GLX และรุ่นพิเศษประจำปี ได้แก่ Green Color, GLX Limited, RX, Sai และ RX-II เป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์วเกียร์อัตโนมัติ CVT  มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร ในขณะที่โฉมล่าสุดใน Generation ที่ 4 ก็เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อปี 2018 โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร เข้าร่วมโครงการ Eco Car เฟส 2 โดยมี 4 รุ่นให้เลือกคือ GL, GX, GLX, และ GLX Navi เรียกได้ว่าเป็นรถ Eco Car ที่น่าสนใจเพราะยังคงทำตลาดอยู่ในปัจจุบันจึงทำให้การซ่อมบำรุงรวมไปถึงการหาอะไหล่ต่าง ๆ เป็นไปได้ไม่ยากเย็นนัก 

 

ต้องบอกว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรถ Eco Car ที่น่าสนใจในตลาดรถมือสอง เพราะยังมีรถมือสองราคาถูกในกลุ่ม Eco Car ให้เราได้เลือกกันอีกหลายรุ่น แต่โดยทั่วไปแล้วก็มักจะมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนักในเรื่องของเครื่องยนต์และความประหยัดน้ำมัน ดังนั้นก็ควรพิจารณาในเรื่องของพวกออปชั่นต่าง ๆ ที่ติดตั้งมาให้ ดีไซน์การออกแบบ รวมไปถึงราคาและความสะดวกในการซ่อมบำรุง เพื่อให้ได้รถมือสองราคาถูกที่ถูกใจมากที่สุดนั่นเอง

เมษายน 26 2022 By Admin รถมือสองราคาถูก       

บทความอื่นที่น่าสนใจ